| Welcome Guest ( Log In | Register ) | Resend Validation Email |
|
|
![]() ![]() ![]() |
| Aloha_KiHae |
Posted: November 06, 2007 08:43 am
|
![]() พัฒนาความสัมพันธ์ไปขั้นหนึ่ง ![]() ![]() ![]() Group: Admin Posts: 72 Member No.: 2 Joined: October 12, 2007 |
Title: Only You
Author: Aloha Paring: Kibum x Donghae Genre: Love, Erotic Rate: R [Lime] ^^” Status: END A/N: ห่างหายกันไปนาน คิดถึงกันมั้ยหนอ??? สำหรับฟิกเรื่องนี้แรงบันดาลใจเกิดมาจากการ์ตูนเก๊าเก่า เรื่องนึง ที่บังเอิญรื้อๆแล้วหยิบขึ้นมาอ่าน ขอเชิญทัศนา ::..Only ..::.. You..:: อยากได้ใหญ่กว่า คลิ๊กที่รูปนะ ![]() ความรัก บางครั้ง ถ้าเราไม่พูดออกไป ให้ตาย ... เขาก็ไม่รู้หรอก “นี่ คิบอม เมื่อวานนะ นายรู้ป่ะว่าฉันไปเจอใครมา .. ซองมินห้องเอ ล่ะ นายรู้ป่ะว่าฉันเจอเขาเดินอยู่กับใคร” เสียงเจื้อยแจ้วที่เล่าเรื่องราวต่างๆนานาที่ตนไปพบเจอถ่ายทอดให้คนที่ได้แต่นั่งอมยิ้ม เท้าคางฟังอยู่ที่โต๊ะตรงข้ามกับตน คนฟังได้แต่จ้องมองใบหน้าหวานของเพื่อนสนิทที่รู้จักกันมาตั้งแต่ยังเด็ก จนตอนนี้ก็ปาเข้าไปปีที่ 13 แล้วที่เขา และ คนตรงหน้ารู้จักกัน “ฉันไปเจอเขาเดินกับ คยูฮยอน หนุ่มป็อบประจำโรงเรียนชายล้วน เมียงจองวู ไงล่ะ ทึ่งไปเลย... แต่ดูๆไปทั้งซองมินกับคยูฮยอนก็เหมาะสมกันนะ” มือเรียวขาวประกบประสานกันไว้กลางอกพร้อมรอยยิ้มหวานวาดออกเป็นการประกอบท่าทางให้สมจริงสมจังสนับสนุนคำพูดของตัวเอง “เฮ้...คิบอม นายไม่เบื่อบ้างหรือไงนั่งฟังทงเฮเล่าอยู่ฝ่ายเดียว ฉันเห็นเป็นแบบนี้ทุกวันรู้สึกรำคาญแทน” “นิสัยไม่ดี คิบอมเขาไม่เหมือนนายหรอก ซีวอน” คนสวยที่พูดไม่หยุดมาตั้งแต่แรกสวนกลับเพื่อนร่วมห้องที่นามว่าซีวอนที่เพิ่งจะเข้ามาในห้องก่อนที่ชั่วโมงเรียนจะเริ่มในอีกห้านาที พร้อมยู่จมูกให้ด้วยเป็นการบอกว่าไม่พอใจกับคำพูดของเขาเสียเลย แต่กับซีวอนก็ทำได้แค่ยักไหล่พร้อมยักคิ้วให้กวนๆหนึ่งที “ใช่ป่ะคิบอม ... นายไม่เคยเบื่อฉันพูดหรอกเนาะ” คนถูกถามได้แต่พะยักหน้าพร้อมรอยยิ้มกว้างมอบให้ทงเฮ บุคคลที่สามอย่างซีวอนจึงทำได้แค่พ่นลมหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะเดินผิวปากสบายอารมณ์ไปยังที่นั่งของตัวเอง “นายนี่น่ารักชะมัดเลย ..สมแล้วที่เป็นเพื่อนกันมาตั้ง 13 ปี” ทงเฮกล่าวพร้อมยืดแขนไปบิดแก้มซ้ายแก้มขวาคิบอมอย่างหยอกเย้า เรียกเอาเสียงหัวเราะของตัวเองได้เป็นอย่างดี “อื้ม....” คิบอมอมยิ้มพร้อมครางรับในรับคอ เสียงออดเข้าเรียนเรียกเอานักเรียนหลายคนกลับมานั่งที่ในห้องดั่งเดิม ความสงบในช่วงคาบเช้าจึงเริ่มขึ้น พร้อมเสียงทำความเคารพที่ดังตามมาหลังจากประตูบานเลื่อนหน้าห้องเปิดออกปรากฏร่างของอาจารย์ประจำชั้นที่ต้องการโฮมรูมกับนักเรียนของตน ก่อนที่คาบเรียนจริงจะเริ่มขึ้น และนั้น คือสัญญาณที่ทำให้ทงเฮเงียบเสียงไปชั่วคราว .... . . . เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว การเรียนที่คร่ำเคร่งกันมาตั้งแต่เช้าจวบบ่าย จบลงพร้อมกับคลื่นมหาชนที่ต่างพากันมุ่งไปสู่ประตูใหญ่หน้าโรงเรียนเพื่อไปยังจุดมุ่งหมายของตน หากทว่า ลี ทงเฮ ยังคงเป็นหนึ่งในนักเรียนที่ไม่ได้กลับไปยังบ้าน หรือ เที่ยวกับเพื่อนๆต่อหลังจากโรงเรียนเลิก หนุ่มร่างบาง ใบหน้าหวานราวผู้หญิง โอบอุ้มตั้งสมุดกองเท่าภูเขาออกจากห้องพักครูเพื่อมุ่งตรงไปยังห้องเรียนของตัวเองตามคำสั่งของอาจารย์ประจำวิชาประวัติศาสตร์เกาหลีสุดโหดที่สั่งให้นำสมุดการบ้านของทุกคนไปวางไว้รอเช้าวันพรุ่งนี้ที่เป็นคาบแรก และหน้าที่แบกหนังสือคงหนีไม่พ้น เวรประจำวันอย่างลี ทงเฮ คนนี้ยังไงล่ะ “หนักชะมัดเลย ...~!” บ่นไปตลอดทาง ทั้งๆที่ยังโอบเอาตั้งสมุดไว้ในอ้อมแขนนั้นล่ะ มองป้ายห้องที่แขวนอยู่ตามทาง ก็พบว่าอีกแค่สองห้องก็จะถึงห้องเรียนแล้ว “อีกสองห้องเท่านั้น” ร่างเล็กเอ่ยบอก แต่ก็เหมือนนรกจะกลั่นแกล้งให้ลมกรรโชกแรงที่เร็วราวพายุซัดซาดมาโดน ไม่ใช่เพราะภารโรงลืมปิดหน้าต่างโรงเรียนหรอกนะ หากว่า พายุที่ว่าคือ หญิงสาวคนหนึ่งที่วิ่งหนีอะไรมาสักอย่าง ต่างหากเล่า! “เหวอ...~~!!!” เสียงร้องหลงๆ ทันทีที่หญิงสาวคนนั้นวิ่งหายไปพร้อมใบหน้าที่ดูไม่ค่อยจะสู้ดีสักเท่าไหร่ ทงเฮเสียหลักถลาเข้าหากำแพง พลางโอบอุ้มตั้งสมุดในแขนเอาไว้ไม่ให้หล่นลงไปกองกับพื้น “ฟู่ววว~~ …ยังถือว่าโชคดี” .....ครืด....... เสียงบานประตูห้องเรียนถูกเปิดออก “คิบอม!” ทงเฮร้องออกมาทันทีที่เห็นชายหนุ่มตรงหน้า ร่างสูงก้มหน้ากำลังจะเดินออกจากห้อง เงยหน้าขึ้นมองต้นเสียงก่อนจะส่งมือไปรับเอาสมุดที่ทงเฮถืออยู่ไปวางไว้บนโต๊ะ “หรือว่า .... ผู้หญิงคนนั้น ...นายถูกสารภาพรักหรอคิบอม!?” ทันทีที่ทงเฮเดินตามหลังพร้อมกับนึกถึงผู้หญิงคนนั้นที่วิ่งเกือบจะชนตัวเองตรงทางเดิน จึงเอ่ยออกมา เมื่อคิดถึงตัวการของคนที่ทำให้ผู้หญิงคนนั้นร้องไห้ ความจริง ... คิบอมก็จัดว่าเป็นคนหน้าตาดี เคยได้ยินมาอยู่บ้างว่ามีคนชอบคิบอมแต่ไม่กล้าที่จะมาสารภาพรัก ...แต่เมื่อกี้นี้ ... หรือ คิบอมจะมีคนที่ชอบอยู่แล้ว ....ทำไมรู้สึกแปลกๆ.... “.....” คิบอมไม่ได้ตอบหากแต่เสหน้าไปทางอื่นพร้อมพรูลมหายใจออกมาเบาๆ ทำให้ทงเฮขมวดคิ้วฉับด้วยความสงสัย สงสัยทั้งในความรู้สึกของตัวเองและท่าทีของคิบอม จะว่าไป ถ้าอยู่ต่อหน้าคนอื่น เขาก็ไม่ค่อยเห็นคิบอมยิ้มเท่าไหร่เลยนี่นา ... แบบนี้ไม่ยุติธรรมเลยใช่มั้ย? “ความจริงผู้หญิงคนนั้นเขาก็หน้าตาดีออกนะ” ร่างสูงหันมามองทงเฮอีกครั้งหนึ่ง ในขณะที่คนพูดกำลังส่งยิ้มหวานมาให้ ก่อนที่จะเงียบเสียงลง พลางเดินตรงไปยังโต๊ะของตัวเองหยิบเอากระเป๋ามาสะพายไว้ที่หลัง คิบอมยังคงมองตามการกระทำทุกอย่างของทงเฮก่อนที่จะเอ่ยถามในสิ่งที่อยากรู้ “นายหมายความว่ายังไง” “ก็...ฉันคิดว่า นายน่าจะยิ้มให้คนอื่นๆบ้าง ไม่ใช่ทำหน้าบึ้งแบบนี้ แล้วเมื่อกี้ นายเองก็คงจะปฏิเสธผู้หญิงคนนั้นไปแบบไม่ถนอมน้ำใจเลยใช่มั้ยล่ะ” ทงเฮพูดพร้อมกับจ้องมองปฏิกิริยาตอบสนองของคิบอม แต่ร่างสูงก็ยังคงเฉยราวกับไม่ได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย “น่า~...อย่าทำหน้าเหมือนไม่รู้สึกอะไรหน่อยเลย หรือที่จริงแล้ว นายมีคนที่ชอบอยู่” ...เจ็บ... ทำไมอยู่ๆในอกถึงรู้สึกเจ็บขึ้นมา แต่ก็ยังฝืนยิ้มทั้งที่ไม่รู้คำตอบของอาการที่ตัวเองเป็น “เข้าใจแล้วล่ะ” คิบอมตอบก่อนจะเดินผ่านทงเฮที่ยังคงยืนนิ่งอยู่กลางห้อง เหมือนมีมือที่มองไม่เห็นมาบีบที่หัวใจ บีบและก็คลาย ก่อนจะบีบลงไปอีกครั้ง เป็นแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า สาเหตุมันเกิดจากอะไรกัน ... เพียงแค่อาการเฉยชา และแววตาที่ไม่เหมือนคิบอมที่ทงเฮรู้จักหรืออย่างไร ?! . . . เสียงอึกทึกที่ดังมาจากในห้องเรียนทำให้มือบางที่กำลังหมายจะเลื่อนเปิดประตูชะงักชั่วครู่ ก่อนจะลูบหัวฟูๆที่ไม่ค่อยเป็นทรงเท่าไหร่ให้ดูเรียบกว่าเดิมและตบแก้มตัวเองเบาๆ เรียกเอาความมีชีวิตชีวาของตัวเองให้กลับคืนมา วันนี้ ประหลาด และแปลกที่สุด แปลกกว่าทุกๆวัน ... เพราะทงเฮมาโรงเรียนคนเดียว ไม่มีเพื่อนซี้คู่หูที่ตัวติดกันยิ่งกว่าปาท่องโก๋อย่างคิม คิบอมเดินเคียงข้างมาด้วย ... มันเพราะอะไรกัน?! .....ครืด...... “อรุณสวัสดิ์ทุกคน!” เสียงใสแหลมๆดั่งเช่นทุกวันเอ่ยขึ้นเรียกเอาความเงียบกริ๊บจากเพื่อนในห้องที่กำลังจับกลุ่มคุยกันหันมามองเป็นตาเดียวก่อนที่ทุกคนจะหันมองหน้ากันเลิกลั่ก แล้วหนึ่งในเพื่อนร่วมห้องคนนึงก็เอ่ยกล่าวทักทายแทนทุกๆคน “เอ่อ....อรุณสวัสดิ์ทงเฮ” รอยยิ้มหวานฉายชัดขึ้นบนใบหน้าหวานสวยก่อนที่เสียงสนทนาจะเริ่มดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้ง ทงเฮเดินตรงไปยังที่นั่งของตัวเองก่อนจะวางกระเป๋าลงกับเก้าอี้ แต่ยังไม่ทันจะหย่อนก้นลงนั่งเสียงเรียกตัวเองที่หน้าห้องก็ดังขึ้น “ทงเฮ!!!” ตามติดมาด้วยการวิ่งปนหอบเข้ามาใกล้ หนุ่มร่างสูงเจ้าของลักยิ้มบุ๋มยืนเท้าเข่าหอบน้อยๆหยุดอยู่ตรงหน้า ทงเฮทำหน้าเลิกลักมองซีวอนก่อนจะแตะบ่าตบเบาๆ “ใจเย็นๆ....มีเรื่องอะไรหรอ?” “ฉันเห็น...เห็น....” “เห็นอะไรของนาย” นิ้วชี้ถูกชี้ออกไปนอกห้องพร้อมกับที่ซีวอนเงยหน้าขึ้นมองทงเฮแต่มืออีกข้างยังคงชันเข่าเอาไว้ เพื่อนๆในห้องหลายคนที่ดูเหมือนว่าจะรู้ว่าซีวอนจะพูดอะไรนั้น หันมามองเพียงครู่ก่อนจะหันไปส่ายหน้าให้กันและกัน “คิบอมน่ะ....คิบอมมันกับกลุ่มผู้หญิง เบ้อเริ้มเลย มันยิ้มและคุย....คุยอย่างสนุกสนานเลย” ราวกับโลกมันหยุดหมุน สิ่งที่ทงเฮได้ยินมันยิ่งกว่ามีเหล็กแหลมมาทิ่มแทงในอกเสียอีก หรือจะเป็นเพราะ ที่พูดไปเมื่อวาน แต่มันก็ดีแล้วไม่ใช่หรือไง? “นายสองคน...ทะเลาะอะไรกันหรือเปล่า” ซีวอนยืดตัวขึ้นมามองหน้าเพื่อนร่วมห้องที่รู้จักกันมาตั้งแต่ม.ต้น พลางสำรวจการเปลี่ยนแปลงของคนตรงหน้า ถ้าเป็นวันก่อน หรือเมื่อก่อน ทงเฮจะมีคิบอมอยู่ข้างๆ เจ้าหมอนั่นจะนั่งฟังทงเฮพูดพร้อมรอยยิ้ม ดูก็รู้ว่าหมอนั่นต้องชอบทงเฮแน่ๆ แล้วทงเฮเองก็ต้องชอบคิบอมมันเหมือนกัน เพียงแค่ทั้งคู่ไม่รู้ แต่ทุกคนเขารู้กันหมดทั้งนั้นแหละ !! .. มันต้องมีอะไรเกิดขึ้นกับทั้งคู่แน่ๆ “เปล่านี่ ..ก็เหมือนเดิมทุกอย่าง” “จริงน่ะ?” “อื้ม... ไม่มีอะไรหรอกน่า” ทงเฮเอ่ยบอก และเลือกที่จะเดินหนีใบหน้าเค้นเอาความจริงจากซีวอน ทันทีที่ร่างเล็กเดินลับสายตาไปแล้วซีวอนก็ได้แต่ส่ายหน้าให้กับคนที่ไม่เคยรู้ใจตัวเองอย่างทงเฮ แล้วเมื่อไหร่จะลงเอยกันล่ะแบบนี้ ในเมื่อไม่ยอมพูดออกไปเสียที ... เสียงหัวเราะต่อกระซิกที่มุมทางเดินก่อนจะเลี้ยวลงบันไดทำเอาทงเฮอดที่จะหยุดมองไม่ได้ ภาพที่เห็นยิ่งกว่ามีมีดมากรีดก้อนเนื้อที่เรียกว่าหัวใจเสียอีก ..ความรู้สึกนี้มัน เกิดขึ้นตอนไหนกันนะ.... ทงเฮเอามือกอบกุมที่อกตัวเองกำลังจะอ้าปากเรียกคนที่ยืนห้อมล้อมไปด้วยเหล่านักเรียนหญิง แต่ก็ล้มเลิกความคิดนั้น ก่อนจะเดินเลยไป ไม่ทันเห็นสายตาที่อีกคนกำลังมองมายังตน ...นายต้องการแบบนี้ไม่ใช่หรือไง ทงเฮ .... . . จาก 1 วัน รวดเร็วจนผ่านไป 1 อาทิตย์แล้ว ที่รอยยิ้มที่แสนคุ้นเคยจากคิบอมไม่ได้มีให้แค่ทงเฮเพียงคนเดียว ทุกอย่างยังคงเป็นเหมือนวันก่อนๆ วันที่ทงเฮไม่ได้คุยกับคิบอมในทุกๆเช้า กลางวัน หรือแม้แต่ตอนกลับบ้านตอนเย็น ไม่มีการส่งยิ้มให้กัน ทักทายกัน หรือเดินจูงมือ ทุกๆอย่างที่ขาดหายไป ... ทุกวันที่ผ่านมาทงเฮพยายามทบทวนความรู้สึกที่ก่อเกิดขึ้นในใจเงียบๆนั้น เวลาที่เห็นคิบอมส่งยิ้มที่ควรจะเป็นของเขาคนเดียวให้กับคนอื่น หัวใจดวงนี้ของทงเฮจะเจ็บและปวดร้าวถึงที่สุด มันเพราะอะไร ... ระยะเวลา 13 ปีที่เป็นเพื่อนกันมา ลองคิดทบทวนดูแล้ว ทงเฮจะเห็นมั้ยว่าสายสัมพันธ์มันผันแปรเปลี่ยนไป ความใกล้ชิดที่กลายเป็นความคุ้นเคย ความสนิทสนมที่กลายเป็นความผูกพัน ความสัมพันธ์ที่ค่อยๆกลายมาเป็นเพื่อนสนิท จนในตอนนี้ สิ่งเหล่านั้นเปลี่ยนแปลงไปแล้ว เมื่อทุกอย่างได้ขยับเลื่อนฐานะมากลายเป็น ....ความรัก... ทุกครั้งที่ต้องเจ็บปวดเพราะเห็นคิบอมยิ้มให้คนอื่น มันเพราะ ทงเฮ ..หวง... หวงรอยยิ้มที่คิบอมจะต้องมีให้ทงเฮเพียงคนเดียว ความหวงที่กลายเป็นความเห็นแก่ตัว ... เข้าใจแล้ว ว่ามันเกิดจากอะไร อะไรคือสาเหตุที่แท้จริง ... เย็นวันนั้นหลังจากที่เลิกเรียนทงเฮตั้งใจว่าจะต้องคุยกับคิบอมให้รู้เรื่อง ร่างเล็กลากเท้าพาตัวเองไปยังห้องชมรมที่คิบอมมักจะไปอยู่ในตอนเย็น กลุ่มนักเรียนหญิงยังคงจับกลุ่มนั่งล้อมคิบอมเฉกเช่นทุกวัน “เอ่อ..คิบอม” เสียงที่ดังขึ้นท่ามกลางวงสนทนากระจุกหนึ่งมุมห้อง เรียกเอาเจ้าของชื่อละสายตาจากวงสนทนาตรงหน้ามองไปยังคนร่างเล็ก “หืม?” เสียงครางเป็นคำถามในลำคอของคิบอมทำเอาเหล่านักเรียนหญิงทั้งหลายหันมามองผู้มาใหม่ด้วยอาการที่บอกให้รู้ว่ารำคาญคนๆนี้เหลือเกิน “คือ..ฉันจะมาบอกว่า วันนี้กลับบ้านไปก่อนเลยนะ ฉันเป็นเวรทำความสะอาด” ทงเฮเอ่ยบอก แล้วทำท่าจะเดินจากไป หากทว่าความจริงสิ่งที่ตนพูดไปนั่นไม่สมควรเลยด้วยซ้ำ ก็ในเมื่อที่ผ่านมา 1 อาทิตย์ เขาไม่ได้กลับบ้านพร้อมกับคิบอมแหมือนเมื่อก่อนแล้ว “เอ่อ..ความจริง ฉันมีเรื่องจะคุยกับนายนิดหน่อยน่ะ” “นี่ น่ารำคาญชะมัด!!” เสียงหญิงสาวหนึ่งในกลุ่มสนทนาดังขึ้นพร้อมกับเท้าสะเอวอย่างไม่พอใจ แววตาที่จงเกลียดจงชังส่งให้ทงเฮอย่างเปิดเผย “ใช่ น่ารำคาญที่สุด...นายน่ะ ชอบมาเกาะแกะคิบอมตลอดเวลาเลย!” หญิงสาวอีกคนสมทบ ในขณะที่คิบอมได้แต่นิ่งเงียบราวกับไม่รู้สึกอะไรกับที่ผู้หญิงเหล่านี้กำลังพูด “เอ่อ..คือผมมีเรื่องจะคุยกับคิบอม....” ทงเฮก้าวถอยหลังไปนิดเมื่อเหล่านักเรียนหญิงที่ตอนนี้หันมองจ้องจะเอาเรื่องตน กำลังสาวเท้าก้าวเข้ามา “ทำเป็นตัวติดอยู่ได้ รู้มั้ยว่าคิบอมเขารู้สึกอย่างไง” “ผมไม่รู้!! แต่ผมมีเรื่องสำคัญจะคุยกับคิบอม!” ทงเฮเสียงแข็งขึ้นพร้อมกำหมัดแน่น “เขารู้สึกรำคาญและเกลียดที่สุดเวลาที่นายมาเกาะแกะเขาแจทั้งวี่ทั้งวัน!!” และหนึ่งในผู้หญิงใจกล้าเหล่านั้น ก็ผลักไหล่ทงเฮให้เซถอยหลังไปอีก “รู้ไว้ซะ!!” “นั้นเพราะ...ผม ..ผม...ผมชอบคิบอม!!!!” ...........ปัง!!!!!!........... เสียงกำปั้นหนักๆทุบลงบนกระดานดำหน้าห้อง คนที่กำหมัดแน่นก้มหน้าหลับตาปี๋ เงยหน้าขึ้นมองพร้อมกับที่เหล่านักเรียนหญิงหันไปมองเป็นจุดเดียวกัน หรือคิม คิบอม ... กำลังจะ โกรธ!! ใช่แน่ๆ...คิบอมต้องโกรธที่เขาพูดแบบนั้นออกไป “ชะ..ชั้นขอ..” “หมดเรื่องพูดแล้วใช่มั้ย?” เสียงห้วนขัดขึ้นพร้อมกับที่ใบหน้าหล่อคมของคิบอมเงยขึ้นประสานสายตากับทงเฮ พวกผู้หญิงเหล่านั้นหันมองหน้ากันพร้อมรอยยิ้มแห่งชัยชนะ แต่ทุกอย่าง กลับไม่ใช่อย่างที่คิด! “กลับบ้านกัน” ร่างสูงก้าวเท้าไว้พร้อมอุ้มคนที่ยืนนิ่งตั้งตัวไม่ทันพาดไหล่เอาไว้ พร้อมหายลับไปจากบานประตู ปล่อยให้เหล่านักเรียนหญิงที่คาดว่าตัวเองจะได้เป็นคนไขประตูหัวใจคิม คิบอมได้แต่ยืนอ้าปากค้างด้วยความคาดไม่ถึง . . ภายในห้องกว้างที่ทงเฮเคยมาอยู่บ่อยครั้ง ร่างเล็กถูกวางลงบนที่นอนนุ่มของเจ้าของห้อง พร้อมที่คิบอมนั่งลงข้างๆ ทันทีที่ตั้งสติได้ คนตัวเล็กก็ยกมือขึ้นปาดน้ำตาที่กำลังไหลรินอยู่ในตอนนี้ “ฮึ่ก....ขะ..ขอโทษ ..ฉันขอโทษ” นิ้วเรียวสวยปาดน้ำตาที่หางตาออกมองคิบอมที่ยังคงนิ่งเงียบไม่ยอมพูดยอมจาอะไรสักที “นายจะขอโทษฉันทำไม” “ก็....” ไม่ทันจะได้เอ่ยตอบคำถามเสียงหวานก็เงียบลงไปอีกคราเมื่อเห็นว่าคิบอมกำลังยิ้มส่งมาให้ ยิ้มที่ไม่ได้รับมาเป็นอาทิตย์ รอยยิ้มที่คิบอมจะต้องให้ทงเฮเพียงคนเดียวเท่านั้น .. “นายยิ้มแล้ว” นิ้วเรียวปาดน้ำตาออกพร้อมยิ้มออกมาด้วยความดีใจ คิบอมได้แต่มองใบหน้าของคนตรงหน้าพร้อมยิ้มแก้มป่องมอบให้ นิ้วยาวของร่างสูงยกขึ้นเช็ดที่หางตาเรียวสวยของทงเฮ สายตาทั้งคู่ประสานกัน เหมือนโลกหยุดหมุนอยู่ชั่วคราว ราวกับมีแม่เหล็กขั้วเหนือและใต้อยู่ตรงหน้า ดึงดูดให้ระยะห่างของใบหน้าทั้งคู่ใกล้ชิดกันมากขึ้น จนระยะห่างนั้นจวนแนบสนิท ดวงตาคมหลุบมองกลีบปากนุ่มตรงหน้าฝ่ามือใหญ่ประคองใบหน้าสวยไว้มั่น ก่อนที่ริมฝีปากจะประทับตรึงลงไปดั่งใจคิด ดวงตารีสวยหลับพริ้มลงพร้อมตอบรับรสจูบที่คิบอมกำลังบรรจงมอบให้อย่างนุ่มนวลและอ่อนหวานจุมพิตบางเบาที่คละเคล้าไปด้วยความสุขที่รายล้อมอยู่รอบกาย ก่อนที่คิบอมจะถอนจุมพิตออก “ฉันรักนายนะ ... ทงเฮ” หยดน้ำใสกลิ้งลงมาอาบแก้มด้วยความตื้นตัน คิม คิบอมเอ่ยคำที่ทงเฮไม่คาดคิดว่าจะได้ยินจากปากของคนที่(เคย)เป็นเพื่อนสนิท “ฉัน...ก็รักนาย คิบอม” เสียงหวานเอ่ยตอบรับก่อนที่จุมพิตจากคิบอมจะถูกประทับลงบนกลีบปากสวยของตนอีกครั้ง ริมฝีปากนุ่มหยุ่นบดคลึงอย่างหยอกเย้า ให้ทงเฮเผยอรับเอาลิ้นชื้นของคิบอมเข้าควานหาความหอมหวานภายในโพรงปาก ลิ้นซุกซนชอนไชหยอกเล่นกับลิ้นของทงเฮที่คอยแต่จะวิ่งหนีอย่างนึกสนุก ก่อนจะอ่อนแรงยวบคล้อยไหวไปกับรสหวานที่แผ่ซ่านไปทั่วอก “อื้อ...” เสียงครางประท้วงทำให้คิบอมต้องถอนริมฝีปากออก ใบหน้าสวยหวานแดงซ่านด้วยนึกอายกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น ต่อจากนี้ คิบอมเกาหัวเก้อนิดๆ ก่อนจะเอ่ยในสิ่งที่ตนต้องการ “ฉันฝันอยากจะทำแบบนี้กับนายมาตั้งนายแล้ว” ใบหน้าสวยขึ้นสีมากกว่าเก่า แก้มใสแดงปลั่งพร้อมกับก้มลงมองมือตัวเองที่บีบกันแน่นอยู่บนตัก ก่อนจะเหลือบมองคนที่เกาหัวเก้อนิดๆ ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นจ้องคนที่นั่งข้างๆอย่างจริงจัง หมายมั่นในคำตอบ “ไม่โกรธใช่มั้ย ถ้าฉันจะทำมากกว่านี้” “อื้ม!” ดวงตาขี้เล่นกับนิสัยช่างพูดหายไปชั่วขณะ มีเพียงทงเฮที่เขินอายไม่สามารถวางตัวให้ถูกได้ในเวลานี้ ตาคู่เล็กเหลือยบมองคนตรงหน้าที่ยิ้มแฝงความเจ้าเล่ห์ก่อนจะรีบหลุบมองมือตัวเองที่บีบกันจนมันชื้นเหงื่ออยู่บนหน้าตัก บอกได้คำเดียวว่า ..อายเหลือเกิน .... อายที่ไม่อาจปฏิเสธคำขอของคิบอมได้ แต่ตอบตกลงง่ายๆอีกต่างหาก.. “นาย น่ารักมาก รู้ตัวมั้ย ทงเฮ?” แผ่นหลังบางนาบลงกับเตียงนอนของคิบอม ตามด้วยร่างสูงที่ตามทับลงมา มือใหญ่ปลดกระดุมเสื้อนักเรียนของคนข้างใต้ออกช้าๆ ในขณะที่ทงเฮได้แต่เบือนหน้าหนีด้วยไม่อาจสู้สายตาของคิบอมในตอนนี้ได้ สายตาที่สำรวจไปทั่วตารางนิ้วของแผ่นอกเปลือยเปล่าขาวอมชมพูเนียนเลือนมือของลี ทงเฮได้ ริมฝีปากบรรจงจูบลงที่อกบางข้างซ้ายพร้อมตีตราเป็นสัญลักษณ์ด้วยรอยช้ำสีแดงที่สร้างไว้ “อ๊ะ...คิบอม” เสียงหวานครางออกมาอย่างห้ามใจตัวเองไม่ได้มือบางยกขึ้นมาปิดปากกลั้นเสียงอันไม่สมควรนั้นเอาไว้ หากทว่าคิบอมกลับดึงมือออก “ฉันอยากได้ยินเสียงนายมากกว่า ทงเฮ” “คิบอม..อื้อ..อ.อ....” เสียงหวานครางฮึม พร้อมดวงตาหวานเยิ้มเป็นไปตามอารมณ์ที่ถูกกระตุ้น ใบหน้าหล่อคมซุกไซร้แถวคอระหงที่ใบหน้าหวานเงยขึ้นเป็นแนวทางให้ได้สูดกลิ่นหอมหวานและสร้างรอยไว้ทั่วลำคอสวย “อยะ..อย่า .. พรุ่งนี้มีเรียนนะ คิบอม” แต่ดูเหมือนคนดื้อจะไม่ฟังอะไรหนำซ้ำยังสร้างรอยไว้ตามใจตัวเองอีกต่างหาก กางเกงนักเรียนถูกถอดไปกองรวมกับเสื้อตั้งแต่เมื่อไหร่ทงเฮเองก็ไม่ทันรู้ตัว รู้อีกทีตอนนี้ร่างกายเปลือยเปล่าของตัวเองก็ปรากฏให้คิบอมได้เห็นจนหมดเสียแล้ว “นายคือทั้งหมด...ของฉัน” คิบอมเอ่ยพร้อมกดจูบลงที่ริมฝีปากสวยที่ตอนนี้ทั้งช้ำ ทั้งเจ่อ และหยาดเยิ้มด้วยความมันวาวจากน้ำหวานที่ผลัดเปลี่ยนถ่ายเทให้กันและกัน “คิ..คิบอม ....อ๊า...นะ..นายจะให้ฉันอยู่แบบนี้อีกนานเท่าไหร่ มันเขินนะ” ทงเฮเอ่ยออกมาพร้อมเบือนหน้าไปด้านข้างหลังจากที่คิบอมละจูบและแตะเบาๆที่ส่วนปลายสิ่งอ่อนไหวอันเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นชาย เรียวขาขาวหนีบเข้าหากันด้วยความตกใจเรียกเอาเสียงหัวเราะของคนด้านบนได้อย่างดี “ไม่นานหรอกน่า....เชื่อใจฉันเถอะ” . . ทุกอย่างดำเนินต่อไปดั่งใจปรารถนาของคนทั้งคู่ รสสัมผัสหวาบหวามรัญจวนใจพร้อมความร้อนแรงที่โหมกระหน่ำอยู่ภายในห้องนอนของคิม คิบอม ร่างกายของคนทั้งคู่ผสานกันเป็นหนึ่งเดียว เหมือนหัวใจที่ร่ำร้องเป็นชื่อของกันและกัน “..อ๊า..คิบอม..” “ทะ..ทงเฮ ..อื้ม..” มีแค่เพียง คิบอม และ ทงเฮ เท่านั้น ... ความสัมพันธ์ที่มันผันเปลี่ยนจาก มิตรภาพ กลายเป็นความรัก ... ขอแค่เป็นนาย ...แค่เป็นทงเฮเท่านั้น ที่ฉันจะรักได้หมดหัวใจ ขอแค่เป็นนาย ...แค่เป็นคิบอมเท่านั้น ที่ฉันรักได้หมดหัวใจ ONLY YOU ~♥♥ END
|
| micscine |
Posted: September 30, 2009 03:53 pm
|
|
Hello~ Newbie ![]() Group: Members Posts: 3 Member No.: 139 Joined: September 30, 2009 |
ไม่พูดออกไปสักที
แล้วแบบนี้อีกฝ่ายเค้าจะรู้มั้ยเนี่ย คบกันมาตั้ง 13 ปี นี่ยังไม่รู้ตัวอีกหรอเนี่ยว่ารักบอมน่ะหมวย *จำได้ว่าเคยอ่านเรื่องนี้แล้วครั้งนึง แต่จำไม่ได้อ่านที่ไหน -__-;;
|
![]() |
![]() ![]() ![]() |